ufax10

ข่าวฟุตบอล ต่างประเทศ เมาหมัดเป๋หนัก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล บุกแพ้ เชลซี ร่วงเอฟเอคัพ

ข่าวฟุตบอล ต่างประเทศ

ข่าวฟุตบอล ต่างประเทศ ลิเวอร์พูล ยังคงเมาหมัดไม่หยุดหลังเกมล่าสุดออกไปแพ้ เชลซี 0-2 ร่วงตกรอบ 5 ศึกเอฟเอ คัพ เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้พวกเขามีสถิติไม่ค่อยดีนักแพ้รวดในการเล่นเกมเยือน 3 แมตช์ติดต่อกัน แถมยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลย
ต้องยอมรับว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” ทำผลงานได้ดีกว่าในทุกตำแหน่ง และมีโอกาสยิงประตูทีมเยือนหลายครั้ง ขณะที่เกมรุกของ ลิเวอร์พูล ดูฝืดเคืองพอสมควร และอาจเป็นไปได้ว่าคู่แข่งเริ่มจับทางได้แล้ว ดังนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาการเล่นที่หลากหลายมากขึ้น

ขณะที่ ฟาบินโญ่ ดูเหมือนจะเป็นเป้าโดนตำหนิอย่างหนัก เพราะแมตช์นี้เจ้าตัวเล่นไม่ได้เลย ที่สำคัญประตูโดนนำยังมีส่วนผิดพลาดแบบเต็มๆ ฉะนั้น คล็อปป์ ต้องเริ่มหาทางแก้เป็นการด่วน เพราะการไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิ่งทำให้แดนกลาง “เดอะ เร้ดส์” อ่อนยวบไปเยอะ

1. ฟาบินโญ่ อาการหนัก
เกมนี้ ลิเวอร์พูล มีปัญหาที่แดนกลางอย่างชัดเจน ยิ่งการไม่มี จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำให้ทีมขาดการสร้างสรรค์เกม ที่สำคัญ ฟาบินโญ่ ดันฟอร์มไม่เหมือนเดิมนับตั้งแต่หายเจ็บกลับมา งานนี้ คล็อปป์ คงต้องขบคิดอย่างหนักหากจะฝากผีฝากไข้กับ ดาวเตะชาวบราซิเลียน

จังหวะที่เสียประตูแรก ฟาบินโญ่ มีส่วนอย่างยิ่งเพราะเจ้าตัวดันจับบอลลั่นทำให้บอลทะลักไปหา วิลเลี่ยน ที่กดเต็มข้อไม่เหลือซาก แม้ว่าหลายคนอาจจะมองว่า โจ โกเมซ กับ อาเดรียน ก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย แต่ทั้งหมดทั้งมวล ดาวเตะเลือดแซมบ้า ต้องโดนจวกหนักเป็นพิเศษ

นอกจากนี้เจ้าตัวยังเล่นโฉ่งฉ่างทำให้ทีมเสียบอลจนเกือบโดนยิงประตูเพิ่ม และยังเข้าบอลช้าทำให้ทีมเสียลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ แต่ดีนะที่ เมสัน เมาท์ ยิงชนคาน สำหรับแมตช์นี้ต้องยอมรับว่า ฟาบินโญ่ เล่นได้ย่ำแย่สุดๆ และน่าจะแย่ที่สุดนับตั้งแต่ที่เขาเล่นให้ “เดอะ เร้ดส์”

2. ขาด เฮนโด้-ไวนัลดุม ขาดใจ
ตอนนี้หลายคนคงรู้แล้วว่า เฮนเดอร์สัน มีความสำคัญกับทีมมากขนาดไหน เพราะการที่ไม่มีกัปตัน “เฮนโด้” แดนกลางของ ลิเวอร์พูล อ่อนยวบจริงๆ ที่สำคัญยังขาดลูกหนักทำให้แผงมิดฟิลด์คู่แข่งเล่นได้สบายๆ และไล่กดดัน “หงส์แดง” จนสร้างเกมไม่ได้

ยังไม่หมดแค่นั้นการที่ คล็อปป์ เลือกใช้งาน ฟาบินโญ่ จับคู่กับ เคอร์ติส โจนส์ และ อดัม ลัลลาน่า แต่ผลที่ได้กลับออกมาเป็นลบ เพราะทั้งสามคนไม่สามารถช่วยปั้นเกมแดนกลางได้เลย งานนี้หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเจ้านายถึงไม่ส่ง ไวนัลดุม ลงมาช่วย เพราะเห็นชัดๆ ว่าสู้แดนกลางเชลซีไม่ได้เลย

แน่นอนว่าการไม่มี เฮนเดอร์สัน กับ ไวนัลดุม ทำให้ทีมขาดการเล่นแบบทะลุทะลวง และถึงลูกถึงคน เพราะหาก “เฮนโด้” อยู่ในทีม สาวก “เดอะ ค็อป” จะได้เห็นลูกดุดัน และการกล้าเข้าบอลแบบไม่กลัวเจ็บ ขณะที่ ดาวเตะดัตช์ ใช้ทักษะในการผ่านบอลที่แม่นยำช่วยสร้างโอกาสในการทำประตูให้ “เดอะ เร้ดส์”

ตอนนี้ คล็อปป์ คงต้องคิดแล้วว่าในช่วงที่ เฮนเดอร์สัน ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บพวกเขาจะใช้งานใครทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวหลัก ถ้าว่ากันตามจริง เจมส์ มิลเนอร์ น่าจะเป็นตัวตายตัวแทนกัปตันทีมได้ เพราะเรื่องทุ่มเทเล่นหนัก เข้าบอลถึงลูกถึงคน “มิลลี่” ไม่เคยทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว

3. วิลเลี่ยมส์ ดูดีมีอนาคต
แม้ว่าเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะใช้งาน โจ โกเมซ จับคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็ตาม แต่ไม่ได้ช่วยทำให้ทีมเล่นเกมรับได้แข็งแกร่งเหมือนในช่วงที่ผ่านมา เพราะมีหลายจังหวะที่ “หงส์แดง” ไม่สามารถต้านทานเกมรุกของเจ้าบ้านได้เลย แต่อย่างน้อยๆ ก็มีสัญญาณที่ดีในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะ เนโก วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้น่าประทับใจเลยทีเดียว

วิลเลี่ยมส์ เป็นหนึ่งในสองดาวรุ่งที่ได้รับโอกาสลงสนามที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และเป็นอีกครั้งที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง โดยสามารถรับมือกับ เปโดร ที่มีทั้งความเร็ว และทักษะสูง ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีหลายครั้งที่เจ้าตัววิ่งขึ้นไปเติมเกมรุกให้กับทีม

ผลงานของ วิลเลี่ยมส์ ในเกมนี้ถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียว เพราะเกมรับก็ทำได้ดี เกมรุกนี่ถือว่าเป็นจุดเด่นของเจ้าหนูรายนี้ และที่สำคัญดูเหมือนว่า ฟูลแบ็กชาวเวลส์ จะชื่นชอบการวิ่งเติมเกมรุกมากเป็นพิเศษ แต่น่าเสียดายที่แมตช์นี้นักเตะยังขาดความแม่นยำในการเปิดบอลจากริมเส้น ซึ่งจุดนี้สามารถพัฒนาได้ในอนาคต

แม้ว่าตำแหน่งแบ็กขวายังคงเป็นของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็ตาม แต่เมื่อมองเรื่องอนาคตขอบอกเลยว่า วิลเลี่ยมส์ มีโอกาสที่จะพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเรื่อยๆ แถมดูเหมือน คล็อปป์ พร้อมให้โอกาสนักเตะรายนี้พอสมควร ฉะนั้นหาก เทรนต์ ฟอร์มหลุด มีสิทธิ์โดนแย่งตำแหน่งเอาได้ง่ายๆ

4. แพ้เกมเยือน 3 นัดติด
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วตอนนี้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้น่าผิดหวังเหลือเกินกับการเล่นเกมเยือน เพราะพวกเขาแพ้เกมนอกบ้าน 3 แมตช์ติดต่อกัน จากการเล่นในทุกรายการ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2014 ในยุคที่เบรนแดน ร็อดเจอร์ กุมบังเหียน

ยังไม่หมดแค่นั้น “หงส์แดง” ยังแพ้ 3 จาก 4 เกมจากการเล่นทุกรายการ นอกจากนี้ทั้ง 3 แมตช์ที่แพ้พวกเขายิงไม่ได้เลย แถมโอกาสในการยิงตรงประตู ก็น้อยนิดเหลือเกิน ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเกมรุกของยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ กำลังมีปัญหาอย่างนัก

คล็อปป์ จำเป็นอย่างยิ่งต้องหาวิธีการเล่นเกมรุกที่มีความหลากหลาย เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกๆ ทีมเริ่มรู้แล้วว่า ลิเวอร์พูล จะเล่นแบบไหน และการตั้งรับลึกทำให้เกมรุกของ “หงส์แดง” ไม่สามารถเจาะเข้าไปทำประตูได้ ดังนั้นในแมตช์ต่อไปที่ต้องรับมือ บอร์นมัธ พวกเขาต้องเจอสถานการณ์แบบนี้อีกแน่นอน หากแก้ปัญหาไม่ได้ มีสิทธิ์ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจเลยทีเดียว

5. เกป้า พิสูจน์คุณค่าตัวเอง
เกปา อาร์รีซาบาลาก้า แสดงให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้เห็นแล้วว่าเขาคู่ควรที่จะเป็นมือ 1 ของ เชลซี หลังช่วงที่ผ่ามาเจ้าตัวโดนดร็อปเพราะดันทำผลงานผิดพลาดหลายเกม แต่สำหรับแมตช์เขี่ย ลิเวอร์พูล ร่วงตกรอบ 5 เอฟเอ คัพ เจ้าตัวโชว์ฟอร์มสุดหนึบจริงๆ

ช่วงครึ่งแรก จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโอกาสยิงประตูพอสมควร โดยเฉพาะจังหวะที่พวกเขาน่าจะได้ประตูตีเสมอ แต่โดน นายด่านชาวสแปนิช โชว์โคตรมหาซูเปอร์เซฟ 3 ครั้งติดต่อกันเริ่มจากจังหวะของ ซาดิโอ มาเน่ ตามด้วย ดิว็อค โอริก้า และตบท้ายจาก เคอร์ติส โจนส์

ก่อนหน้านี้ เกปา อาจจะรู้สึกกังวลเรื่องการเสียตำแหน่งในทีมชาติสเปนเพื่อไปลุยศึกยูโร 2020 ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะ “แลมพ์ส” เลือกใช้งาน วิลลี่ กาบาเยโร่ ทำหน้าที่เฝ้าเสาช่วง 6 เกมที่ผ่านมา แต่ด้วยฟอร์มของเจ้าตัวในแมตช์นี้ คงทำให้ นายใหญ่ “สิงโตน้ำเงินคราม” ต้องกลับมาทบทวนอีกครั้งว่าจะให้ใครลงเป็นมือ 1 ในแมตช์พบ เอฟเวอร์ตัน วันอาทิตย์นี้

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : advancedfantasybaseball.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *